โรงเรียนวัดบ่อทอง

เชิญประชุมผู้ปกครองก่อนปิดภาคเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๑

วันที่ 19 มี.ค. 2562
ผู้เข้าชม : 31
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
สุขภาพปากและฟันที่ดีหมายถึง ฟันที่ดูสะอาดไม่มีเศษอาหารติดอยู่ เหงือกสีชมพู ไม่เจ็บ หรือมีเลือดออกเวลาแปรงฟันหรือขัดฟัน ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก ถ้าเหงือกมีอาการเจ็บหรือเลือดออกเวลาแปรงฟันหรือขัดฟัน หรือมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากตลอดเวลา ควรพบทันตแพทย์ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหา ทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคเพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดี ตลอดจนแนะนำบริเวณที่ต้องดูแลเป็นพิเศษระหว่างการแปรงฟันหรือขัดฟัน ทำอย่างไรให้มีสุขภาพปากและฟันที่ดี การรักษาสุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณจะทำเพื่อเหงือกและฟันของคุณ ฟันที่แข็งแรงไม่เพียงแต่จะช่วยให้ดูดีและรู้สึกดีเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้คุณรับประทานได้สะดวก และพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำอีกด้วย สุขภาพปากและฟันที่ดีจึงมีความสำคัญต่อการความเป็นอยู่ที่ดี การดูแลประจำวัน ซึ่งก็คือการแปรงฟันอย่างถูกวิธี จะช่วยป้องกันเกี่ยวกับช่องปาก ทำให้เจ็บตัวน้อยกว่า ประหยัดกว่า และวิตกกังวลน้อยกว่าการที่ต้องรับการรักษาเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาเกี่ยวกับฟันอื่นๆ ที่คุณควรจะปฏิบัติในระยะระหว่างการนัดพบทันตแพทย์ การแปรงฟันอย่างทั่วถึงวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันวันละครั้ง การรับประทานอาหารที่ถูกสัดส่วน และจำกัดอาหารว่างระหว่างมื้อ การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ ในกรณีที่ทันตแพทย์แนะนำ การให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีดื่มน้ำที่ผสมฟลูออไรด์ หรือให้อาหารเสริมฟลูออไรด์ การแปรงฟันที่ถูกต้อง วางแปรงทำมุม 45° กับแนวเหงือก และปัดออกจากแนวเหงือก. แปรงเบาๆ ทั้งด้านนอน ด้านใน และบริเวณบดเขี้ยวอาหารโดยการสบัดแปรงขึ้นลง แปรงเบาๆ ที่ลิ้น เพื่อขจัดแบคทีเรีย และลดกลิ่นปาก การใช้ไหมขัดฟันที่ถูกต้อง ใช้ไหมยาวประมาณ 18" โดยปล่อยให้เหลือความยาวประมาณ 1-2" ใส่ไหมไปตามซอกฟันเบาๆ ทำความสะอาดตามร่องเหงือก โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ไหมโดนเหงือก
เตรียมตัวเพื่อเปิดเทอมอย่างมีความสุข เตรียมตัวเพื่อเปิดเทอมอย่างมีความสุข ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว เวลาแห่งความสุขที่เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ท่องเว็บ แชตกับเพื่อนทั้งวันหรือเที่ยวเล่นสนุกจะหมดลงแล้ว อย่าคิดว่าเปิดเทอมทำให้เราหมดความสุขค่ะ เพราะหน้าที่ของพวกเราตอนนี้ คือ การเรียนหนังสือ เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถึงแม้เปิดเทอมเรามีความสุขได้ค่ะ เพราะเรา (เตรียม) ‘พร้อม’ ทุกอย่างแล้ว พร้อมที่จะเรียนรู้เนื้อหาใหม่ๆ เพื่อนใหม่ เอาล่ะ เตรียมพร้อมที่จะลุยหรือยัง เรามีคำแนะนำดีๆ ค่ะ 1. อุปกรณ์การเรียน ทั้งหนังสือเรียน สมุด กระเป๋านักเรียน เครื่องเขียน และชุดนักเรียน รองเท้า ลองดูว่าอะไรที่เราขาดเหลือบ้าง ถ้าขาดเหลืออะไรจะได้ไปหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ ที่มักจะมีโปรโมชั่นลดราคา หรือ ต้องซ่อมแซม รีบทำให้เสร็จก่อนเปิดเทอมนะคะ แนะนำให้เตรียมอุปกรณ์การเรียนน่ารักๆ จะประดิษฐ์เองจะได้ประหยัดก็ได้นะคะ ต้อนรับเปิดเทอม เพื่อเป็นกำลังใจในการเรียนค่ะ ปากกาสีสันสดใส ไว้จด ทำให้จำแม่นดีค่ะ 2. สุขภาพ หันมาดูแลสุขภาพกันก่อนเปิดเทอมนะคะ ออกกำลังกายบ้าง สักวันละ 20 นาที สุขภาพจะได้แข็งแรงพร้อมที่จะเรียนรู้ค่ะ 3. ปรับเวลาเข้านอน จากที่นอนดึกๆ ดื่นๆ ดูละครหรือเล่นเน็ต ต้องปรับเวลาในการนอนให้เร็วขึ้นแล้วค่ะ ควรเริ่มปรับเวลานอน ล่วงหน้าสักหนึ่งสัปดาห์ ถึงเวลาตื่นนอนตอนเช้าจะได้สดชื่น ไม่ง่วงงุน ปวดหัว แล้วเรียนไม่รู้เรื่องกันนะคะ 4. การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ด้วยค่ะ เพื่อบำรุงสมอง และควรปรับการรับประทานให้เป็นเวลา จากที่เคย ‘กินเมื่อหิว’ ช่วงปิดเทอม ปรับสภาพได้แล้วนะคะ 5. เริ่มหยิบหนังสือที่ต้องเรียนในเทอมต่อไปมาลองอ่านดูค่ะ หากขี้เกียจมาก ลองทำใจอ่านสารบัญก่อนนะคะ แล้วค่อยๆ คิดคำถามว่า หัวข้อนี้ เนื้อหาต้องเป็นอย่างนี้แน่นอนเลย แล้วพลิกดูคำตอบสิ ว่าเหมือนกับที่เราคิดไว้หรือไม่ จะทำให้เราค่อยๆ เปิดอ่านหนังสือได้เรื่อยๆ จนหมดเล่มค่ะ จะทำโน้ตย่อ หรือ Mind Map ไว้ก็ได้นะคะ 6. ตั้งเป้าหมายในการเรียนไว้สำหรับเทอมนี้ ว่าฉันจะต้องได้เกรดสูงกว่าเทอมที่แล้ว เท่าไรดี แล้วตั้งใจเรียน ย้ำกับตัวเองบ่อยๆ ว่าเราต้องสู้ พยายามเข้าค่ะ เราต้องทำได้ แต่อย่าเครียดมากนะคะ ทำดีที่สุดค่ะ หากผิดหวังหรือพลาดไป แก้ตัวใหม่ได้ในการสอบครั้งต่อไปค่ะ อ่านให้เยอะมากกว่าเดิม สู้ๆ ค่ะ 7. จัดโต๊ะหนังสือใหม่ค่ะ นำหนังสือของปีที่แล้วหรือเทอมที่แล้วจัดไว้ให้เป็นระเบียบ เผื่อหยิบมาเปิดดูบทเรียนที่สงสัย แล้วทำโต๊ะให้โล่งๆ เพราะหากต้องกางหนังสือหลายๆ เล่มในเวลาเดียวกัน 8. ศึกษาเส้นทางการเดินทางไปโรงเรียน ว่าต้องต่อรถตรงบริเวณใด หากต้องเดินทางไปเอง หากใช้รถตู้โรงเรียน ข้ามข้อนี้ไปค่ะ 9. คิดถึงเพื่อนๆ ไว้ จะได้พบ พูดคุย เล่นกับเพื่อนแล้ว น่าสนุกออกนะคะ จะได้คุยกันว่าทำอะไรช่วงปิดเทอมบ้าง หากต้องพบเพื่อนใหม่ ให้เปิดใจในการทำความรู้จักและเรียนรู้เพื่อนใหม่ค่ะ พยายามคบคนดีๆ เป็นมิตร จะได้เกื้อหนุนกันค่ะ 10. วางแผนแบ่งเวลาในการเรียนค่ะ จดบันทึกในสมุดคร่าวๆ ว่า หลังเลิกเรียนจะต้องทำอะไรบ้าง ออกกำลังกาย ไปเรียนพิเศษวันไหนบ้าง ทบทวนวิชาใดในวันใดบ้า
เนื่องจากในทุก ๆ วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ วงการดาราศาสตร์ และวงการศึกษาของไทย เพราะถ้าย้อนอดีตกลับไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 จะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่พระองค์ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาไว้ล่วงหน้า 2 ปี ต่อมาคณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี เป็น "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ" ...วันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะพาไปทำความรู้จักที่มาที่ไป และประวัติของ วันวิทยาศาสตร์ กันค่ะ... แต่ก่อนอื่นเราจะพาไปรู้จักความหมายของ "วิทยาศาสตร์" (Science) กันก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้วคำว่า วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมทั้งกระบวนการประมวลความรู้เชิงประจักษ์ ที่เรียกว่ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และกลุ่มขององค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการดังกล่าว ทั้งนี้การศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ยังถูกแบ่งย่อยออกเป็น วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ วันวิทยาศาสตร์ ประวัติ